รมว.อุตสาหกรรม มอบ กนอ. เร่งดำเนินการหลังไทย-จีน MoU ร่วมพัฒนานิคมฯ รับลงทุน BCG

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม กับกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

รมว.อุตสาหกรรม

ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่อจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมนโยบายความคิดริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road initiatives) เชื่อมโยงสู่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตลอดจนร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้า และการลงทุน โดยได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งศึกษาและดำเนินการประสานงานต่อไป

ด้านนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และสนับสนุนขีดความสามารถด้านความร่วมมือของอุตสาหกรรมด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์ อุตสาหกรรมชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าของห่วงโซ่ในภาคการผลิต ขณะเดียวกันยังศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ทั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และพื้นที่อื่นๆ ที่เหมาะสมอีกด้วย ซึ่ง กนอ.จะเร่งดำเนินการประสานงานต่อไป

“กนอ.จะแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุน ข้อบังคับ นโยบาย และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การจัดสัมมนาสำหรับภาคธุรกิจ และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไทย-จีน รวมถึงการดำเนินงานในด้านอื่นๆ ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ซึ่ง MOU มีผลบังคับใช้ 3 ปีนับตั้งแต่วันที่ลงนาม” นายวีริศ กล่าว
สำหรับนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงตลาดการค้าระหว่างประเทศจีนและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป โดยรัฐบาลจีนมุ่งหวังให้เป็นเส้นทางสายไหม (Silk Road) เส้นใหม่ เพิ่มเส้นทางขนส่งทางทะเล เพื่อเชื่อมโยงประเทศในแถบชายฝั่ง รวมถึงทวีปแอฟริกาด้วย

อัพเดทข่าวเพิ่มเติม : รบ.เกาหลีใต้ จะเปิดตัว Digital ID ที่รันบนบล็อกเชนในปี 2024 คาดสร้างมูลค่า ศก.มหาศาล

รบ.เกาหลีใต้ จะเปิดตัว Digital ID ที่รันบนบล็อกเชนในปี 2024 คาดสร้างมูลค่า ศก.มหาศาล

รบ.เกาหลีใต้ จะเปิดตัว Digital ID ที่รันบนบล็อกเชนในปี 2024 คาดสร้างมูลค่า ศก.มหาศาล

เศรษฐกิจ

เกาหลีใต้ จะนำบล็อกเชนมาใช้กับ Digital ID แทนบัตรประชาชนจริง ภายใน 2024 เข้าถึงประชากรได้กว่า 45 ล้านรายภายใน 2 ปี ประเมินสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ราว 3% ของ GDP

เกาหลีใต้วางแผนที่จะเปิดตัว Digital ID หรือข้อมูลประจำตัวประชาชนที่อยู่ในรูปแบบแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โดยจะทำงานอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชนในปี 2024 และคาดว่าจะสามารถเข้าถึงประชากรได้กว่า 45 ล้านราย ภายใน 2 ปี

รัฐบาลเกาหลีใต้ ต้องการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประชาชนจำนวนมากปรับวิถีการใช้ชีวิตมาทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) มากขึ้น สังคมไร้เงินสด ตลอดจนความสนใจใน Metaverse

การใช้ Digital ID จะช่วยลดความยุ่งยากในการตรวจสอบข้อมูล รวมถึงที่ทำให้ประชาชนดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดย Suh Bo Ram ผู้อำนวยการของสำนักรัฐบาลดิจิทัลเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่า เกาหลีใต้จะสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการใช้เทคโนโลยีกล่าวได้อย่างน้อย 42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3% ของ GDP ภายในหนึ่งทศวรรษเลยทีเดียว

ด้าน World Bank มองว่า Digital ID จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในเชิงของเศรษฐกิจ ขณะที่ McKinsey & Co มองเห็นศักยภาพว่าจะสามารถกระตุ้น GDP ของเกาหลีใต้ได้มากถึง 13% รวมถึงสามารถลดต้นทุนทางธุรกิจได้หลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ